2005/Jun/26

ความมืดสีดำเข้าครอบคลุมทุกพื้นที่ในยามค่ำ เสียงดนตรีและแสงไฟหลากสีสันส่องสว่างเล็ดลอดออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของป่า "เทพเจ้าพลับพลึง" และเหล่าเทวดาประจำพืชพันธุ์ต้นไม้ใหญ่น้อยกำลังจัดงานรื่นเริงสำหรับต้อนรับการมาของฤดูฝน ทันใดนั้นปู่ทวดของทวดต้นโพธิ์ลุกขึ้นกล่าวให้ทุกคนตระหนักถึงภัยพิบัติจากสิ่งมีชีวิตหนึ่งที่คอยรุกรานผืนป่า "เราควรเตรียมพร้อมไว้เสมอ...อย่างน้อยก็ดีกว่าจัดงานไร้สาระเช่นนี้" เทพทุกองค์เห็นดีด้วย งานรื่นเริงจึงเป็นอันจบลงแล้วต่างร่วมกันประชุมวางแผนป้องกันอย่างเคร่งเครียดแทน

ห่างจากแสงสีน้ำเงินของกองไฟออกไปไม่ไกลนัก เด็กน้อยที่มีรูปกายขาวเผือก และมีขนาดตัวเท่านิ้วก้อย นั่งอย่างเดียวดายบนยอดหญ้าคา เขาเป็นเทวดาประจำอยู่ในต้นดอกหญ้าซึ่งเทพทุกองค์เห็นว่าไม่มีคุณค่า และไม่คิดที่จะเชื้อเชิญเขาร่วมงานสังสรรค์ แน่นอนว่าแผนการป้องกันการรุกรานครั้งนี้ เขาเป็นเทวดาองค์เดียวเท่านั้นที่ไม่มีส่วนร่วม

เช้าวันหนึ่ง สิ่งที่ทุกชีวิตวิตกและประหวั่นพรั่นพรึงก็เกิดขึ้นจริง ๆ สัตว์โลกที่ขึ้นชื่อว่าโหดร้ายและป่าเถื่อนที่สุดได้กล้ำกรายเข้ามาในเขตผืนป่า ทันทีที่พวกนี้มาถึง ชีวิตที่เคยสงบสุขก็เป็นอันจบสิ้นลง พวกนี้เข้ามาฆ่าสัตว์น้อยใหญ่และทำลายบ้านของเทพยดาประจำพืชพันธุ์แทบหมดสิ้น สัตว์หายากมากมายถูกพรากจากครอบครัวและถูกขังไว้ในกรงสำหรับการซื้อขาย หลังเสร็จสิ้นจากการทำลายพวก "หายนะ" ดูค่อนข้างเหนื่อยอ่อนจากแดดร้อน จึงรีบเข้าไปอาศัยร่มเงาจาก "ลุงขนุน" อย่างหน้าไม่อาย ประจวบเหมาะกับบริเวณนั้นมีธารน้ำใสพวกมันได้ดับกระหายคลายร้อนอย่างเต็มที่ ลมที่โชยพัดเย็นสบายทำให้พวกหายนะเผลอหลับไปไม่รู้ตัว ไม่รู้แม้กระทั่งว่ามีใครแอบซ่อนอยู่แถวนั้นบ้าง

"แผน ก.ไก่ ปฏิบัติการ ! " เทวดาประจำต้นขนุนให้สัญญาณ

ลูกขนุนขนาดเขื่องห้าลูกหล่นใส่หัวคนทั้งห้าอย่างเหมาะเหม็ง พร้อมกับยางขนุนที่หยดใส่หน้าตา พวกหายนะรีบไปยังลำธาร เทวดาต้นพริกที่อยู่ทางต้นน้ำรีบบดพริกและปล่อยให้ไหลไปตามน้ำทันที ทำให้พวกหายนะที่ล้างหน้าอยู่ริมลำธารปวดแสบปวดร้อนมากกว่าเดิม โดยต้นหมามุ่ยไม่ลืมที่จะทำให้พวกหายนะคันคะเยดจนต้องรีบหนีออกจากป่า

เสียงโห่ร้องแสดงชัยชนะสำทับกันเป็นทอด ๆ ตลอดแนวป่า ขณะที่ทุกคนกำลังยินดีอยู่นั้น เทวดาดอกหญ้าน้อยก็พยายามเปิดกรงปล่อยพวกสัตว์ให้เป็นอิสระ และจากไปโดยไม่มีใครทันสังเกต จริง ๆ แล้วเขาเองก็รู้สึกสงสารพวกหายนะอยู่บ้างเหมือนกัน และหวังว่าพวกเขาคงจะกลับตัวกลับใจ แต่นั่นกลับผิดถนัด เพราะถัดจากนั้นเพียง 2-3 วัน พวกหายนะก็ได้ก่อ "ความหายนะ" สมชื่อครั้งรุนแรงที่สุด

..............................

"หนีเร็ว หนีเร็ว ไฟป่า" เสียงร้องของกระต่ายป่าเตือนภัย

ทุกหย่อมหญ้าที่เคยเป็นสีเขียวขจี ขณะนี้ถูกแผดเผาไปด้วยความร้อน

"หน้าฝนแท้ ๆ จะเกิดไฟป่าได้ยังไง...หรือว่ามีคนจุดมันขึ้น" ดอกหญ้าคิดอย่างมีสติ แม้เบื้องหน้า พวกสัตว์ทั้งหลายจะวิ่งหนีตายกันสับสนอลหม่าน ต้นไม้บางต้นถูกเผาจนเป็นตอตะโกทำให้เทวดาบางองค์ไม่มีที่อยู่อาศัย แท้ที่จริงแล้วต้นเพลิงนั้นไม่ได้มาจากไฟป่าอย่างที่พวกมันคิด หากแต่มันเป็นไฟที่เกิดจากการเผาเพื่อหวังทำลายความอุดมสมบูรณ์ของป่านี้ หัวหน้าของพวกหายนะ จะได้รับเงินก้อนใหญ่หากเขาเผาป่าทิ้งเพื่อให้เป็นพื้นที่โล่งเตียน แล้วขายที่ดินเพื่อสร้างเป็นบ้านจัดสรร

ไฟป่าที่ร้อนแรงตวัดม้วนตัวกลายเป็นมังกรไฟยักษ์ เข้าโหมกลืนกินทุกสิ่งอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับขยายตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมนุษย์อาจมองไม่เห็นเป็นรูปร่างของมังกร แต่บรรดาเทวดาอย่างดอกหญ้า จำได้ดีว่ามันคือสัตว์เลี้ยงของเจ้าชายพระเพลิงเทพเจ้าแห่งการมอดไหม้ทางรอดทางเดียงคือต้องไปตาม "เมฆฝน" เพื่อนสนิทมาช่วยกันดับไฟ ไม่มีใครรู้ว่าเหตุใดเมฆฝนถึงหายหน้าหายตาไปไหนเสียนาน พอได้ข่าวอยู่บ้างว่าเมฆฝนถูกควันพิษจากรถยนต์ของพวกหายนะไล่ทำร้ายและข่มขู่ เพื่อให้มันช่วยปล่อยฝนที่เป็นกรด ระยะหลังรู้มาว่าเมฆบางกลุ่มได้ยอมรวมตัวกันกับพวกควันพิษแล้ว เทพดอกหญ้าคิดว่า บางทีเขาอาจต้องไปตามถึงถิ่นที่อาศัยของเมฆฝนซึ่งอยู่ไกลถึงปลายขอบฟ้า...

เนื่องจากเทวดาน้อยเป็นเทวดาซึ่งประจำอยู่ในดอกหญ้า เขาจึงมีคุณสมบัติพิเศษที่เทพองค์อื่น ๆ ไม่มี นั่นคือน้ำหนักของเขาที่เบาเหมือนเกสรของดอกหญ้า มันทำให้เขาลอยได้เพียงกระแสลมบางเบา

"ลมจ๋า...ช่วยพาฉันไปพบเมฆฝนที"

ดูเหมือนลมจะตอบรับ โดยส่งเสียงดังหวีดหวิวแผ่ว ๆ แล้วมันก็หอบเขาลอยสูงขึ้นไปในท้องฟ้าที่ขณะนี้ถูกปกคลุมด้วยควันไฟดำมืดจนเขาแทบสำลักควัน เขาได้ยินเสียงแตกปะทุของต้นไม้เมื่อโดนไฟเผา เขารู้ว่านั่นคือเสียงต้นไม้กำลังร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดแข่งกันกับเสียงสรรพสัตว์ ที่ส่งเสียงกรีดร้องอย่างตระหนกอยู่เบื้องล่าง เขาไม่กล้าแม้แต่จะก้มลงไปมองภาพแห่งความเลวร้ายและชวนหดหู่นั้น เพราะกลัวน้ำตาของเขาจะมาปิดบังความเข้มแข็งจนหมดสิ้น ตอนนี้เขาคิดเพียงว่าเขามีภารกิจต้องช่วยสมาชิกและพี่น้องเทพยดาในป่าให้เร็วที่สุด

ลมได้หอบพาเขามาส่งถึงที่ ๆ หนึ่งอย่างนุ่มนวล เบื้องหน้ามีบันไดไม้ที่สลักลายวิจิตรงดงาม เทวดาน้อยหยุดยืนที่ตีนบันได ซึ่งเป็นเขตลมสงบ แหงนมองจุดหมายที่อยู่ไกลลิบเบื้องบน ซึ่งแต่ละขั้นของบันไดมีความสุงเทียมหัว

ก่อนที่จะตัดสินใจปีนป่ายด้วยความสามารถของตัวเองเพราะลมได้จากไปแล้ว เขาปีนขึ้นไปตามทางอันยาวเหยียดของบันไดทีละขั้น ๆ ด้วยกำลังที่มีอยู่ทั้งหมด ในที่สุดเมื่อปีนขึ้นมาได้ระดับหนึ่ง เขตของท้องฟ้าสีครามสิ้นสุดลง ท้องฟ้าที่มืดสงบและเยือกเย็นเข้ามาแทนที่ เทวดาน้อยปีนเข้ามบันไดขึ้นสุดท้ายมาได้ และนั่งพักอย่างเหนื่อยหอบ เขาพบว่ารอบตัวดูเวิ้งว้าง มีเพียงแสงจากดวงจันทร์กลมโต และหมู่ดาวหลายแสนดวงประดับประดาพร่างพราว เหมือนเพชรเม็ดงามในอากาศ

ทันใดนั้นลมพายุก็โหมกระพืออย่างรุนแรงจนตัวแทบปลิว แต่ก็เกาะขั้นบันไดไว้ได้ทัน เบื้องหน้าของเทวดาาน้อย ปรากฏภาพก้อนเมฆดำขนาดมหึมาสองก้อน ที่เข้าประชิดหักหาญ ส่งเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง และพุ่งชนกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ก้อนหนึ่งเขารู้จักดีว่าเป็นเจ้าเมฆฝนเกลอเก่า แต่อีกก้อนหนึ่งเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน มันมีกลิ่นตัวที่เหม็นมหากาฬ และแววตาที่มุ่งร้าย

"เมฆฝน" เทวดาดอกหญ้าตะโกนสุดเสียง ซึ่งทำให้มันหันมาครู่หนึ่งขณะที่พยายามฟาดสายฟ้าเข้าใส่เมฆดำอีกก้อน

"ตอนนี้เกิดไฟไหม้ป่า ทุกคนกำลังต้องการความช่วยเหลือจากนาย....." เมฆฝนจึงหันมาตอบทันควัน

"ถ้าอย่างนั้นก็ช่วยจับไอ้ตัวควันพิษหัวดื้อ และเมฆดำใจง่ายพวกนี้ออกไปให้พ้น ๆ ฉันทีได้หรือเปล่า...."

"นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเล่นนะ...ตอนนี้ป่าทั้งป่ากำลังจะตาย นายต้องหาทางลงไปให้ได้"

เมฆฝนฟังคำพูดที่จริงจังกว่าทุกครั้งของเพื่อน จึงตวัดตัวสุดแรงโฉบเอาตัวเทวดาน้อยมาไว้บนหลังและดิ่งตรงสู่ผืนป่าอย่างรวดเร็ว โดยมีควันพิษร้องโหยหวนและตามหลังมาติด ๆ ก้อนเมฆดำบางส่วน ปลิวเป็นสายบนท้องฟ้าเหมือนเครื่องบินไอพ่น

เมื่อผ่านควันจาง ๆ ของเมฆหมอกมาได้ เบื้องล่างเทวดาน้อยสังเกตว่าป่ากลายเป็นสีดำเกือบครื่งหนึ่ง ซากปรักหักพังทอดตัวยาวเป็นเนื้อที่หลายร้อยไร่และ...ที่นั่น....มังกรไฟยักษ์ที่ขนาดใหญ่กว่าเดิม 5-6 เท่า เดินอยู่บนกองเถ้าถ่านอย่างลำพอง ลำตัวที่เป็นลูกไฟของมันลุกโชติช่วง พร้อมที่จะเคลื่อนที่สู่ป่าที่ลึกกว่าเดิม และนั่นหมายถึงอวสานของป่าที่เคยชุ่มชื้นแห่งนี้

"มีอะไรเคลื่อนไหวอยู่ตรงนั้นน่ะ" เทพดอกหญ้าอุทาน

มันคือลูกช้างเคราะห์ร้ายตัวหนึ่ง ซึ่งหนีไปเจอดงหนามล้อมเป็นทางตัน และอยู่ในวิถีทางที่มังกรไฟจะผ่านมาและคงแผดเผาลูกช้างให้ถึงแก่ความตายเป็นแน่ ขณะที่เมฆฝนลอยต่ำลงเพื่อจอดเลียบพื้น ควันพิษก็มาถึงพอดี มันกระชากเมฆฝนสุดแรงจนเทวดาน้อยกระเด็นหลุดลอยลงมาสู่พื้นดิน ที่ซึ่งเทพแห่งพืชพันธุ์องค์อื่น ๆ หลบภัยอยู่ ทุกองค์ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว และมองดูลูกช้างที่พลัดหลงจากแม่อย่างสิ้นหวัง

"ไม่เอาแล้ว....ที่นี่กลายเป็นนรกไปแล้ว....." เสียงจากเทวดาประจำดอกลำโพงพูดโพล่งขึ้น

"เราต้องไปจากที่นี่อย่างเร็วที่สุด" เทพีมะขามแขกร้องเอะอะโวยวาย

เทวดาน้อยได้ยินดังนั้นก็ฝ่าฝูงชนมายืนอยู่ตรงกลาง

"ทำไมไม่มีใครพยายามช่วยสรรพสัตว์และต้นไม้ เพื่อน ๆ ของเราบ้างเลย ดูลูกช้างตัวนั้นสิ มันกำลังอยู่ในอันตราย" เทวดาน้อยพูดขึ้นด้วยเสียงอันดังที่สุดเพื่อเตือนสติเพื่อน ๆ "พวกท่านจะปล่อยให้บ้านของเราให้ต้นไม้ที่เราต้องรักษา ล้มตายเชียวหรือ"

คำถามนี้ทำให้เทพทุกองค์ถึงกับอ้ำอื้งและมองหน้ากัน

ไม่ทันแล้ว ! ตอนนี้ลูกช้างกำลังถูกล้อมด้วยเปลวเพลิง ขณะที่มังกรไฟมาหยุดอยู่หน้าเจ้าช้างที่กำลังตัวสั่น เพราะความกลัว เทวดาน้อยจึงรีบลอยตัวอย่างเร็วที่สุดออกมาจากกลุ่ม โดยมีเหล่าเทพองค์อื่น ๆ มองตามหลัง

"มานี่ซิเจ้ามังกรไฟไร้น้ำยา" เขาพูดยั่วขณะลอยฉวัดเฉวียนตรงหน้าของมังกร

มังกรไฟโกรธและเริ่มเปลี่ยนทิศทาง มันมุ่งเข้ามาทำร้ายเทวดาน้อย แต่ก็จับไม่ถูกเสียที มันจึงยิ่งคลุ้มคลั่งกว่าเดิม แล้วเริ่มพ่นเปลวไฟออกจากปากเป็นลูกกระสุนเพลิง ขณะเดียวกันที่ควันพิษกลืนกลุ่มควันอันเกิดจากการเผาไหม้ของมังกรไฟ ทำให้ตัวมันขยายใหญ่ขึ้นกระจายตัวเข้าล้อมเมฆฝน และกัดกินเมฆฝนทีละน้อย ๆ จนเมฆฝนเป็นรูกว้างและมีขนาดเล็กลงเรื่อย ๆ

"เหล่าเทพแห่งพืชพันธุ์ทั้งหลาย ข้าไม่สามารถให้ฝนได้หากไม่มีความชุ่มชื้นจากต้นไม้" เมฆฝนกล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา "พวกท่านมีทางเลือกสองทางคือหนึจากป่าแห่งนี้เพื่อเอาตัวรอด หรือไม่ท่านก็ต้องใช้อิทธิฤทธิ์แปลงเป็นต้นไม้เสียเองเพื่อให้ฝนตก ทุกอย่างแล้วแต่พวกท่านจะตัดสินใจ" เทพทุกองค์หันไปมองเทวดาประจำดอกหญ้าที่เคยพากันรังเกียจ ซึ่งขณะนี้กำลังต่อสู้กับมังกรไฟที่มีอำนาจมากกว่าเพียงเพื่อปกป้องลูกช้างไว้ ก่อนที่จะหันมาสบตากันอย่างมุ่งมั่น

ปู่ทวดของทวดต้นโพธิ์แตกราวออกจากขาฝังรากลึกสู่พื้นดินทันที และเทพแห่งพืชพันธุ์องค์อื่น ๆ ต่างพากันผลิดอกใบ แม้เทวดาดอกลำโพงเองก็ออกดอกสีขาวเต็มทั้งตัว เทวดาต้นคูนก็อวดช่อสีเหลืองของตัวบ้าง บรรดาต้นไม้น้อยใหญ่หลายพันต้นผลิใบสีเขียวสดใสและสง่างาม เหมือนพรมสีเขียวที่ปูกลางลานที่ดำเป็นตอตะโก

ประกายแสงสีเขียวจากพลังแห่งความชุ่มชื้นกระจายไปทั่วบริเวณจนเกิดฟ้าแลบส่งผ่านเมฆฝนแปลบปลาบ ก่อนที่เมฆฝนจะแผ่กระจายไปทั่วทิศทาง และควันพิษกลับถูกกลืนกินจนสลายตัวไปเสียเอง.....มังกรไฟแหงนหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้มอย่างตื่นตระหนก แล้วกางปีกเพลิงอันมโหฬาร เตรียมบินหนีสู่ท้องฟ้า แต่แล้วหยาดฝนหยดแรกก็ร่วงลงสู่พื้นดิน และสายฝนอันเย็นฉ่ำก็โปรยปรายลงมาไม่ขาดสายในที่สุดมังกรไฟก็กกลายเป็นเพียงกองไฟดวงเล็ก ๆ และมอดดับไป

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เทพต่าง ๆ รักและกลมเกลียวกันมากขึ้น เทพทุกองค์เห็นคุณค่าและความกล้าหาญของเทพดอกหญ้าตัวเล็ก ๆ ค่ำคืนนี้ปู่ทวดของทวดต้นโพธิ์ได้ประกาศจัดงานเลี้ยงฉลองให้กับเทพดอกหญ้า หมู่เทพเต้นรำกันด้วยความสนุกสนาน บางองค์ก็เต้นตลกน่าขันทำเอาเทพดอกหญ้าหัวเราะกับเทพองค์อื่น ๆ อย่างสนุกสนาน คืนนี้เขามีความสุขที่สุดที่นอกจากเขาจะได้รับการยอมรับจากหมู่เทพแล้วเขายังไม่ต้องแอบนั่งยิ้ม และหัวเราะอย่างโดดเดี่ยวตามลำพัง

ห่างจากกองไฟสีน้ำเงิน ไกลออกไป ไม่มีใครรู้เลยว่า ในค่ำคืนอันเงียบงันจะมีงานเลี้ยงรื่นเริง ล้อมรอบกองไฟสีน้ำเงินอันอบอุ่นของพวกเทพต้นไม้ที่แอบซ่อนอยู่ในป่าลึก และ ณ ที่นั้นพวกเขาจะยังคงดำรงชีวิตอย่างมีความสุขตลอดไป...นานแสน

ปล. ครายลงเพลงเปงบอกป๋มหน่อยก๊าป

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าดูถูกคนที่ตัวเล็กหรือด้อยกว่าเราะ เพราะวันหลังจะแสดงในสิ่งที่ไม่คาดฝันออกมา

ใช่ป่ะ
#1  by  ♪ ๐PoupéE๐ ♪ At 2005-06-26 21:40, 
สนุก!!!
#2  by  609 At 2005-06-27 09:37, 
ตัวหนังสือเล็กมากเลยค่ะ.. แก่แล้วตาไม่ค่อยดี = ="
แต่สนุก ^^ เอามาลงบ่อยๆนะ
#3  by   (203.151.140.113 /203.113.35.12) At 2005-06-28 19:38, 
สนุกดีค่ะ เอามาลงอีกนะค่ะ
ดูดค่ะ ดูด
#5  by  blackholesun At 2005-06-29 09:22, 
#6  by   (203.113.67.8) At 2005-11-29 20:00, 
นิทานให้ข้อคิดดีค่ะมีประโยชน์กับเด็กดีค่ะ
#7  by  แตร (61.7.158.85) At 2006-01-14 18:38, 
#8  by  พีค่ะ (202.143.135.34 /192.168.1.222, 202.143.135.34) At 2006-09-26 09:02, 
สนุกจิงๆค่ะ
#9  by  ข้าวฟ่างค่ะ (203.113.17.145) At 2006-10-15 14:09, 
#10  by  lloUllnJmInT (58.10.36.133) At 2006-11-03 11:09, 
lloUllnJmInT NnT_zA_nA

nA Na
#11  by  -0-NnT-0-ZzAa (58.10.36.133) At 2006-11-03 11:12, 
รักการ์ตูนเรื่องนี้มากเลยค่ะ
#12  by  กุสุมา (203.113.81.74) At 2006-11-17 14:34, 
#13  by  ด.ช. ..................... (210.86.147.33) At 2006-12-12 13:55, 
อยากให้มีเสียง
#14  by  ภพ (203.114.111.159) At 2006-12-19 18:09, 
ดี
#15  by  เบลล์ (125.25.243.78) At 2007-09-17 20:32, 
ดีๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆมา
#16  by  นยว (125.25.243.78) At 2007-09-17 20:33, 
surprised smile
#17  by   (203.113.17.175) At 2007-11-27 14:31, 
รักน่ะเด็กโง่
question
#18  by   (125.26.235.147) At 2008-01-22 11:16, 
ก ด ctrl แ ล้ ว ก ด + !! จ ะ ข น า ด ใ ห ญ่ ขึ้ น คั บ
#19  by  AnTi-WoMeN (125.26.182.205) At 2008-05-20 00:36, 
confused smile
#20  by   (118.175.235.227) At 2008-11-18 14:22, 
รักที่สุดในโลกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆน๊ะ
#21  by  สุพรรษา (118.175.159.221) At 2008-11-19 11:15, 
เก่งจังเลยอ่ะคนเขียนเนี่ยbig smile open-mounthed smile sad smile angry smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink
#22  by  เฟรน (118.175.82.14) At 2009-01-26 09:12, 
ไม่สนุกเท่าไร tongue
#23  by  หญิง (58.8.147.233) At 2009-03-24 12:02, 
วาดรูปสวยดีนะquestion
#24  by  มิลเล่ (58.8.147.233) At 2009-03-24 12:04, 
ปืนฉีดน้ำ
#25  by   (118.173.182.173) At 2009-04-08 09:56, 
#26  by   (124.121.23.45) At 2009-04-21 21:29, 
embarrassed question tongue
#27  by   (118.172.106.187) At 2009-05-25 10:23, 
embarrassed question tongue
#28  by   (118.172.106.187) At 2009-05-25 10:23, 
question อืมมันมากมายมันโครตรมันมันจริงๆๆๆ embarrassed tongue sad smile confused smile
#29  by  เนาสื้ (118.172.231.9) At 2009-08-17 14:15, 
double wink cry
#30  by   (118.172.230.189) At 2009-08-20 13:54, 
sontaya
(น้องข้าวโพด)
#31  by  น่าฟังชิงขิง (118.175.183.112) At 2009-09-05 15:28, 
ยาวมากๆเลยอ่านจนเมื่อย แต่ก็หนุกดีbig smile open-mounthed smile confused smile sad smile
#32  by   (124.121.65.170) At 2009-09-10 14:05, 
#33  by   (118.173.177.136) At 2009-09-23 16:34, 
#34  by   (118.173.177.136) At 2009-09-23 16:34, 
#35  by  เจน (61.19.65.142) At 2009-09-25 16:53, 
สนุกมากเลยcry
#36  by  เจน (61.19.65.142) At 2009-09-25 16:54, 
open-mounthed smile
นุกดีมีสาระ
#37  by   (124.157.144.130) At 2009-10-08 19:02, 
เอิ๊ก ๆ ๆ ๆ .. โทษ ที นะ

..............................
อ่านให้ให้จบนะ

จูบที่ จมูก หมายถึง คุณน่ารักมาก

จูบที่ แก้ม หมายถึง ฉันต้องการเธอ

จูบที่ คอ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉัน (คืนนี้เสร็จแน่)

จูบที่ ริมฝีปาก หมายถึง ฉันรักเธอ

จูบที่ เปลือกตา หมายถึง ฉันกำลังหลงรักเธอ

เอาแหวนของคุณไปใส่ หมายถึง เธอต้องเป็นของฉันคนเดียว ตลอดไป

ให้ของขวัญคุณเป็นประจำ หมายถึง เค้าเอาใจใส่ และคิดถึงคุณตลอดเวลา

จับมือ หมายถึง ฉันชอบเธอ

มองเข้าไปในตาของคุณ หมายถึง เธอรักฉันหรือเปล่า

บีบนิ้วของคุณ หมายถึง ฉันอยากจะจูบเธอ

ลูบไล้เบา ๆ ที่หัวไหล่ หมายถึง อยากจะเอาใจเธอ

กัดริมฝีปาก หมายถึง ฉันหึงนะ

ขยิบตาให้ หมายถึง ขอฉันไปกับเธอนะ

เล่นผมของคุณ หมายถึง ฉันชื่นชมเธอ

เหยียบเท้าคุณ หมายถึง ฉันเกลียดเธอ

พูดว่า "คิดถึงคุณ" หมายถึง ฉันใส่ใจเธอเสมอ

พูดว่า "คืนนี้ จะฝันถึงคุณ" หมายถึง คุณเป็นคนพิเศษ

พูดว่า "อยากจะอยู่กับคุณตลอดเวลา" หมายถึง คิดถึงคุณทุกลมหายใจ

แอบหอมคุณ หมายถึง เค้าคนนั้นเป็นคนที่สวีทสุดๆ




.... หวังว่าเธอคงจะส่งต่อนะ ถ้าไม่ส่งต่อ แฟน คุณจะคิดนอกใจ

และจะอกหักไปตลอดชีวิต ไม่มีคัยคิดจะรัก มีแต่คนเกลียดชัง (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)

กรุณาส่งต่ออีก20คน........... ห้ามส่งกลับ
#38  by   (117.47.213.13) At 2009-10-27 11:54, 
รักพ่อมาก
#39  by  นัดื (113.53.150.99) At 2009-11-03 21:00, 
ยาวไปหน่อยsad smileแต่ดีมากค่ะ big smile
#40  by  JENIFER (125.24.41.23) At 2009-11-07 15:06, 
#41  by   (222.123.228.215) At 2009-11-13 10:17, 
เขียนได้น่าติดตามมาก
#42  by  ร้านดอกไม้ (58.9.163.137) At 2009-11-19 16:35, 

<< Home